Muslim99Muslim99
← Tafsir library

9. At-Tawba

The Repentance · Medinan · 129 ayahs

سُورَةُ التَّوۡبَةِ

Reading Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies

Ayahs 31–40 of 129

31

ٱتَّخَذُوٓا۟ أَحْبَارَهُمْ وَرُهْبَٰنَهُمْ أَرْبَابًۭا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلْمَسِيحَ ٱبْنَ مَرْيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓا۟ إِلَّا لِيَعْبُدُوٓا۟ إِلَٰهًۭا وَٰحِدًۭا ۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ۚ سُبْحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشْرِكُونَ

“พวกเขาได้ยึดเอาบรรดานักปราชญ์ของพวกเขา และบรรดาบาดหลวงของพวกเขาเป็นพระเจ้า อื่นจากอัลลอฮ์ และยึดเอาอัล-มะซีห์บุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้าด้วย ทั้ง ๆที่พวกเขามิได้ถูกใช้นอกจากเพื่อเคารพสักการะผู้ทีสมควรได้รับการเคารพสักการะ แต่เพียงองค์เดียว ซึ่งไม่มีผู้ใดควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาให้มีภาคีขึ้น”

ชาวยิวได้ทำให้บรรดาปราชญ์ของพวกเขาและพวกคริสเตียนได้ทำให้บาทหลวงพวกเขา เป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ โดยที่พวกเขาได้อนุมัติในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามและได้ห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ และชาวคริสต์ยึดเอาอัล-มะซีห์บุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้าพร้อมอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ไม่ได้สั่งบรรดาปราชญ์ของยิวและบาทหลวงของคริสต์ และพระองค์ไม่ได้สั่งอุเซรและอีซา บุตรของมัรยัม นอกจากเพื่อให้เคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์ พระองค์คือพระเจ้าเพียงองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากภาคีใดๆ ที่จะเคียงคู่กับพระองค์ ดังที่บรรดามุชริกีนและคนอื่น ๆ ได้กล่าวไว้

32

يُرِيدُونَ أَن يُطْفِـُٔوا۟ نُورَ ٱللَّهِ بِأَفْوَٰهِهِمْ وَيَأْبَى ٱللَّهُ إِلَّآ أَن يُتِمَّ نُورَهُۥ وَلَوْ كَرِهَ ٱلْكَٰفِرُونَ

“พวกเขาต้องการเพื่อจะดับแสงสว่างของอัลลอฮ์ด้วยปากของพวกเขา และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงยินยอม นอกจากจะทรงให้แสงสว่างของพระองค์สมบูรณ์เท่านั้น และแม้ว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะชิงชังก็ตาม

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มของผู้ปฏิเสธศรัทธาต้องการจะกำจัดและจะโมฆะศาสนาอิสลาม และจะโมฆะข้อพิสูจน์และหลักฐานต่าง ๆ ที่ชัดแจ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์และสิ่งที่เราะซูลได้นำมานั้นเป็นสัจธรรม ด้วยการใส่ร้ายต่าง ๆ และปฏิเสธในสิ่งที่ในสิ่งที่นบีมูหัมมัด ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นำมา แต่อัลลอฮ์ไม่ยินยอมเว้นแต่เพื่อจะให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่งเหนือศาสนาอื่น ถึงแม้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธารังเกียจและไม่ยินยอมให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่ง เพราะอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่ง และหากอัลลอฮ์ประสงค์สิ่งใด ความต้องการของผู้อื่นก็จะเป็นโมฆะ

33

هُوَ ٱلَّذِىٓ أَرْسَلَ رَسُولَهُۥ بِٱلْهُدَىٰ وَدِينِ ٱلْحَقِّ لِيُظْهِرَهُۥ عَلَى ٱلدِّينِ كُلِّهِۦ وَلَوْ كَرِهَ ٱلْمُشْرِكُونَ

“พระองค์นั้นคือผู้ที่ได้ส่งร่อซูลของพระองค์มาพร้อมด้วยคำแนะนำ และศาสนาแห่งสัจจะ เพื่อที่จะทรงให้ศาสนาแห่งสัจจะนั้นประจักษ์ เหนือศาสนาทุกศาสนา และแม้ว่าบรรดามุชริกจะชิงชังก็ตาม”

อัลลอฮ์คือผู้ทรงส่งเราะซูลของพระองค์มูหัมมัด ศ็อลล็ออลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมโดยนำคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเป็นทางนำแก่มวลมนุษย์ และศาสนาแห่งสัจธรรมนั้นคือศาสนาอิสลาม เพื่อที่พระองค์จะทรงให้ศาสนาของพระองค์สูงส่งเหนือศาสนาอื่น ๆ ด้วยข้อพิสูจน์ หลักฐาน และบทบัญญัติต่าง ๆ ถึงแม้บรรดาผู้ปฏิเสธสัทธาจะเกลียดชังก็ตาม

34

۞ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ إِنَّ كَثِيرًۭا مِّنَ ٱلْأَحْبَارِ وَٱلرُّهْبَانِ لَيَأْكُلُونَ أَمْوَٰلَ ٱلنَّاسِ بِٱلْبَٰطِلِ وَيَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ ۗ وَٱلَّذِينَ يَكْنِزُونَ ٱلذَّهَبَ وَٱلْفِضَّةَ وَلَا يُنفِقُونَهَا فِى سَبِيلِ ٱللَّهِ فَبَشِّرْهُم بِعَذَابٍ أَلِيمٍۢ

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! แท้จริงจำนวนมากมายจากบรรดานักปราชญ์ และบาดหลวงนั้นกินทรัพย์ของประชาชนโดยไม่ชอบ และขัดขวาง(ผู้คน) ให้ออกจากทางของอัลลอฮ์และบรรดาผู้ที่สะสมทองและเงิน และไม่จ่ายมันในทางของอัลลอฮ์ นั้น จงแจ้งข่าวดีแก่พวกเขาเถิด ด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด”

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์ แท้จริงนักปราชญ์ของชาวยิวและบาทหลวงของชาวคริสต์จำนวนมากเอาทรัพย์สินของผู้คนโดยไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา พวกเขารับสินบนและสิ่งอื่น ๆ และพวกเขาขัดขวางผู้คนไม่ให้เข้ารับศาสนาของอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ที่สะสมทองและเงินโดยไม่จ่ายซากาต จงแจ้งข่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูลเอ๋ย เกี่ยวการลงโทษอันเจ็บปวดที่จะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดีในวันกียามะฮ์

35

يَوْمَ يُحْمَىٰ عَلَيْهَا فِى نَارِ جَهَنَّمَ فَتُكْوَىٰ بِهَا جِبَاهُهُمْ وَجُنُوبُهُمْ وَظُهُورُهُمْ ۖ هَٰذَا مَا كَنَزْتُمْ لِأَنفُسِكُمْ فَذُوقُوا۟ مَا كُنتُمْ تَكْنِزُونَ

“วันที่มัน จะถูกเผาไฟนรกแห่งญะฮันนัม แล้วหน้าผากของพวกเขา และสีข้างของพวกเขา และหลังของพวกเขาจะถูกนาบด้วยมัน นี้แหละ คือสิ่งที่พวกเจ้าได้สะสมไว้ เพื่อ ตัวของพวกเจ้าเอง ดังนั้นจงลิ้มรสสิ่งที่พวกเจ้าสะสมไว้เถิด”

ในวันกิยามะฮ์สิ่งที่พวกเขาได้สะสมไว้และไม่จ่ายซะกาตจะถูกเผาไหม้ในนรกณะฮันมัม จนกระทั่งเมื่อความร้อนของมันสูง มันจะถูกวางไว้บนหน้าผาก สีข้าง และหลังของพวกเขา และจะมีการกล่าวแก่พวกเขาในเชิงตำหนิว่า นี่คือทรัพย์สินที่พวกเจ้าได้สะสมมันไว้และไม่ได้จ่ายในส่วนที่เป็นภาคบังคับ ดังนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรสกับสิ่งที่พวกเจ้าได้สะสมมันไว้และไม่ได้จ่ายตามสิทธิที่จำเป็นของมัน และนี่คือผล (การลงโทษ) ของมัน

36

إِنَّ عِدَّةَ ٱلشُّهُورِ عِندَ ٱللَّهِ ٱثْنَا عَشَرَ شَهْرًۭا فِى كِتَٰبِ ٱللَّهِ يَوْمَ خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ مِنْهَآ أَرْبَعَةٌ حُرُمٌۭ ۚ ذَٰلِكَ ٱلدِّينُ ٱلْقَيِّمُ ۚ فَلَا تَظْلِمُوا۟ فِيهِنَّ أَنفُسَكُمْ ۚ وَقَٰتِلُوا۟ ٱلْمُشْرِكِينَ كَآفَّةًۭ كَمَا يُقَٰتِلُونَكُمْ كَآفَّةًۭ ۚ وَٱعْلَمُوٓا۟ أَنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلْمُتَّقِينَ

“แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮ์นั้นมีสิบสองเดือน ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินจากเดือนเหล่านั้นมีสี่เดือน ซึ่งเป็นเดือนที่ต้องห้าม นั่นคือบัญญัติอันเที่ยงตรง ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าอธรรม แก่ตัวของพวกเจ้าเองในเดือนเหล่านั้นและจงต่อสู้บรรดามุชริกทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พวกเขากำลังต่อสู้พวกเจ้าทั้งหมด และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่ยำเกรง”

แท้จริงจำนวนเดือนในหนึ่งปี ณ อัลลอฮ์นั้นมีสิบสองเดือนดังที่อัลลอฮ์ได้ระบุไว้ในบันทึกอัลเลาฮุลมะห์ฟูซในตอนแรกที่พระองค์ได้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน ในสิบสองเดือนเหล่านี้มีสี่เดือนที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไม่ให้ทำการสู้รบฆ่าฝันกัน คือสามเดือนที่ติดต่อกัน (ซูลกิอ์เดาะฮ์ ซุลหิจญะฮ์ และมูหัรร็อม) และอีกเดือนหนึ่ง คือ รอญับ ดังกล่าวนั้นคือจำนวนดือนในรอบปี และมีสี่เดือนที่เป็นที่ต้องห้าม และนี่เป็นศาสนาอันเที่ยงตรง ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าอธรรมต่อตัวเองในสี่เดือนนี้ด้วยการเริ่มทำการสู้รบและละเมิดเกียรติของมัน และจงต่อสู้กับบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พวกเขาต่อสู้กับพวกเจ้าทั้งหมด และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ยำเกรงด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ในการให้ความช่วยเหลือและการยืนยัด และผู้ใดก็ตามที่อัลลอฮ์อยู่กับเขาจะไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้

37

إِنَّمَا ٱلنَّسِىٓءُ زِيَادَةٌۭ فِى ٱلْكُفْرِ ۖ يُضَلُّ بِهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ يُحِلُّونَهُۥ عَامًۭا وَيُحَرِّمُونَهُۥ عَامًۭا لِّيُوَاطِـُٔوا۟ عِدَّةَ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُ فَيُحِلُّوا۟ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُ ۚ زُيِّنَ لَهُمْ سُوٓءُ أَعْمَٰلِهِمْ ۗ وَٱللَّهُ لَا يَهْدِى ٱلْقَوْمَ ٱلْكَٰفِرِينَ

“แท้จริงการเลื่อนเดือนที่ต้องห้ามให้ล่าช้า ไปนั้นเป็นการเพิ่มในการปฏิเสธศรัทธา ยิ่งขึ้นโดยที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นถูกทำให้หลงผิดไป เนื่องด้วยการเลื่อนเดือนต้องห้ามนั้น พวกเขาได้ให้มันเป็นที่อนุมัติปีหนึ่ง และให้มันเป็นที่ต้องห้ามปีหนี่ง เพื่อพวกเขาจะให้พ้องกับจำนวนเดือนที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้ (มิเช่นนั้นแล้ว) พวกเขาก็จะทำให้เป็นที่อนุมัติสิ่งที่อัลลอฮ์ไทรงให้เป็นที่ต้องห้ามไป โดยที่ความชั่วแห่งบรรดาการงานของพวกเขาได้ถูกประดับประดาให้สวยงามแก่พวกเขา และอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงนำทางแก่กลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธา”

แท้จริงการเลื่อนเดือนที่ต้องห้ามให้ล่าช้าไปยังเดือนที่ไม่ใช่เดือนที่ต้องห้ามและการทดแทนระหว่างกัน ดังเช่นที่ชาวอาหรับในยุคญาฮีลียะฮ์ได้กระทำนั้นเป็นการเพิ่มการปฏิเสธศรัทธาซ้อนการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่อบทบัญญัติของพระองค์ในเดือนที่ต้องห้าม ชัยตอนได้ทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์หลงทางในตอนที่เขาได้วางความประพฤติชั่วนี้ให้กับพวกเขา พวกเขาได้อนุมัติเดือนที่ต้องห้ามหนึ่งปีด้วยการทดแทนเดือนที่ไม่เป็นที่ต้องห้าม และรักษาเดือนที่ต้องห้ามหนึ่งปีเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเดือนที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้ ถึงแม้ว่าชื่อเดือนต่าง ๆ นั้นจะแตกต่างกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่อนุมัติเดือนที่ต้องห้ามเดือนใดเดือนหนึ่ง เว้นแต้พวกเขาจะห้ามเดือนที่ไม่เป็นที่ต้องห้ามมาทดแทน ด้วยกับการดังกล่าวพวกเขาจะอนุมัติสิ่งต่าง ๆ ที่ได้อัลลอฮ์ได้ห้ามไว้ในเดือนที่ต้องห้าม ชัยตอนได้ประดับประดาการกระทำชั่วของพวกเขาให้สวยงาม และอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้นำแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ยืนหยัดในการปฏิเสธศรัทธา

38

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ مَا لَكُمْ إِذَا قِيلَ لَكُمُ ٱنفِرُوا۟ فِى سَبِيلِ ٱللَّهِ ٱثَّاقَلْتُمْ إِلَى ٱلْأَرْضِ ۚ أَرَضِيتُم بِٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا مِنَ ٱلْءَاخِرَةِ ۚ فَمَا مَتَٰعُ ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا فِى ٱلْءَاخِرَةِ إِلَّا قَلِيلٌ

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย มีอะไรเกิดขึ้นแก่พวกเจ้ากระนั้นหรือ ? เมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเจ้าว่า จงออกไปต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์ เถิด พวกเจ้าก็แนบหนักอยู่กับพื้นดิน พวกเจ้าพึงพอใจต่อชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ แทน ปรโลกกระนั้นหรือ ? สิ่งอำนวยความสุขแห่งชีวิตความเป็นอยู่ในโลกนี้นั้น ในปรโลกแล้ว ไม่มีอะไรนอกจากสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเจ้ากระนั้นหรือ ทำไมเมื่อพวกเจ้าได้ถูกเชิญชวนให้ไปต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูของพวกเจ้า พวกเจ้าได้ชะลอตัวลงและเลือกที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านของพวกเจ้า? พวกเจ้าพึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ที่ชั่วขณะและความสุขที่ไม่นิรันดร์เพื่อแลกกับความสุขแห่งปรโลกที่นิรันดร์ที่อัลลอฮ์ได้ทรงเตรียมไว้แก่บรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของพระองค์กระนั้นหรือ? ความสุขของชีวิตความเป็นอยู่ในโลกนี้เมื่อเทียบกับความสุขแห่งปรโลกแล้ว มันไม่มีอะไรนอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่มีสติปัญญาจะเลือกสิ่งที่ไม่ยั่งยืนเหนือสิ่งที่ถาวรกว่า และสิ่งที่เล็กน้อยเหนือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้อย่างไร?

39

إِلَّا تَنفِرُوا۟ يُعَذِّبْكُمْ عَذَابًا أَلِيمًۭا وَيَسْتَبْدِلْ قَوْمًا غَيْرَكُمْ وَلَا تَضُرُّوهُ شَيْـًۭٔا ۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌ

“ถ้าหากพวกเจ้าไม่ออกไป พระองค์ก็จะทรงลงโทษพวกเจ้าอย่างเจ็บปวด และจะทรงให้พวกหนึ่งอื่นจากพวกเจ้ามาแทน และพวกเจ้าไม่สามารถจะยังความเดือดร้อนให้แก่พระองค์ได้แต่อย่างใด และอัลลอฮ์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง”

ถ้าหากพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ไม่ออกไปทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูของพวกเจ้า แน่นอนพระองค์จะทรงลงโทษพวกเจ้าด้วยความพ่ายแพ้ ความอัปยศ และอื่น ๆ และพระองค์จะทรงแทนที่พวกเจ้าด้วยกลุ่มชนอื่นที่จงรักภัคดีต่อพระองค์ หากเมื่อไรที่พวกเขาถูกเชิญชวนให้ออกทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์พวกเขาก็จะออกไป และพระองค์ไม่เสียหายใด ๆ กับการที่พวกเจ้าฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงมั่งมีไม่ต้องพึ่งพวกเจ้า และพวกเจ้าเป็นผู้ขัดสนต้องพึ่งพระองค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถให้พระองค์อ่อนแอได้ พระองค์สามารถที่จะช่วยเหลือศาสนาและศาสนทูตของพระองค์โดยไม่มีพวกเจ้าได้

40

إِلَّا تَنصُرُوهُ فَقَدْ نَصَرَهُ ٱللَّهُ إِذْ أَخْرَجَهُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ثَانِىَ ٱثْنَيْنِ إِذْ هُمَا فِى ٱلْغَارِ إِذْ يَقُولُ لِصَٰحِبِهِۦ لَا تَحْزَنْ إِنَّ ٱللَّهَ مَعَنَا ۖ فَأَنزَلَ ٱللَّهُ سَكِينَتَهُۥ عَلَيْهِ وَأَيَّدَهُۥ بِجُنُودٍۢ لَّمْ تَرَوْهَا وَجَعَلَ كَلِمَةَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ٱلسُّفْلَىٰ ۗ وَكَلِمَةُ ٱللَّهِ هِىَ ٱلْعُلْيَا ۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ

“ถ้าหากพวกจ้าไม่ช่วยเขา ก็แท้จริงนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงช่วยเขามาแล้ว ขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ได้ขับไล่เขาออกไปโดยที่เขาเป็นคนที่สองในสองคน ขณะที่ทั้งสอง อยู่ในถ้ำนั้นคือขณะที่เขา ได้กล่าวแก่สหายของเขา ว่า ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรา แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงประทานลงมาแก่เขา ซึ่งความสงบใจจากพระองค์ และได้ทรงสนับสนุนเขาด้วยบรรดาไพร่พล ซึ่งพวกเจ้าไม่เห็นพวกเขา และได้ทรงให้ถ้อยคำ ของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาอยู่ในระดับต่ำสุด และพจนารถของอัลลอฮ์นั้น คือพจนารถที่สูงสุด และอัลลอฮ์คือ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

ถ้าหากพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ไม่ช่วยเหลือเราะซูล ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะสัลลัม และไม่ตอบรับการเชิญชวนของท่านให้ออกไปสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ แท้จริงนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงช่วยเหลือท่านมาแล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพวกเจ้าอยู่พร้อมกับท่านขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ขับไล่ท่านและอบูบักร์ รอฏิยัลลอฮุอันฮุ ออก(จากเมืองมักกะฮ์) โดยที่ไม่มีบุคคลที่สามอยู่ร่วมกับทั้งสอง ขณะที่ทั้งสองได้อยู่ในถ้ำษูรเพื่อหลบหนีจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ตามล่าทั้งสอง ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่อบูบักร์สหายของท่านในขณะเขากลัวว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะจับท่านได้ว่า เจ้าอย่าได้เสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเราด้วยการดูแลและการช่วยเหลือของพระองค์ แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงประทานความสงบใจแก่เราะซูลของพระองค์ และได้ทรงประทานบรรดาไพร่พลที่พวกเจ้ามองไม่เห็นพวกเขาซึ่งเป็นบรรดามลาอิกะฮ์ที่คอยสนับสนุนท่าน และอัลลอฮ์ได้ทรงให้ถ้อยคำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ำสุด และถ้อยคำของพระองค์สูงสุดในตอนที่อิสลามได้สูงทรง และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพในตัวของพระองค์เองและในอำนาจของพระองค์โดยไม่มีผู้ใดสามารถเอาาชนะพระองค์ได้ พระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการ การกำหนดกฏสภาวะ และการบัญญัติของพระองค์

Commentary: Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies. Qur'an text and translation via AlQuran Cloud.