Muslim99Muslim99
← Tafsir library

7. Al-A'raaf

The Heights · Meccan · 206 ayahs

سُورَةُ الأَعۡرَافِ

Reading Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies

Ayahs 141–150 of 206

141

وَإِذْ أَنجَيْنَٰكُم مِّنْ ءَالِ فِرْعَوْنَ يَسُومُونَكُمْ سُوٓءَ ٱلْعَذَابِ ۖ يُقَتِّلُونَ أَبْنَآءَكُمْ وَيَسْتَحْيُونَ نِسَآءَكُمْ ۚ وَفِى ذَٰلِكُم بَلَآءٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ عَظِيمٌۭ

“และจะรำลึกขณะที่เราได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากพวกพ้องของฟิรอาวน์ดดยที่พวกเขาบังคับขู่เข็ญพวกเจ้า ซึ่งการทรมานอันร้ายแรง พวกเขาฆ่าบรรดาลูกผู้ชายของพวกเจ้า และไว้ชีวิตบรรดาลูกผู้หญิงของพวกเจ้า และในเรื่องนั้น คือการทดสอบอันสำคัญจากระเจ้าของพวกเจ้า”

วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย จงนึกถึงในตอนที่เราได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการกดขี่ของฟิรฺเอาน์และบริวารของเขา ซึ่งพวกเขาได้ทำการทรมานพวกเจ้าด้วยการทรมานที่เลวร้ายที่สุด ด้วยการฆ่าบรรดาลูกชายของพวกเจ้า และไว้ชีวิตบรรดาผู้หญิงของพวกเจ้าใว้เป็นทาสรับใช้ และในการที่พวกเจ้าได้รอดจากฟิรฺเอาน์และบริวารของเขานั้น ถือเป็นการทดสอบอันใหญ่หลวงจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเจ้าต้องขอบคุณพระองค์

Al-A'raaf 7:141Listen in Qur'an →
142

۞ وَوَٰعَدْنَا مُوسَىٰ ثَلَٰثِينَ لَيْلَةًۭ وَأَتْمَمْنَٰهَا بِعَشْرٍۢ فَتَمَّ مِيقَٰتُ رَبِّهِۦٓ أَرْبَعِينَ لَيْلَةًۭ ۚ وَقَالَ مُوسَىٰ لِأَخِيهِ هَٰرُونَ ٱخْلُفْنِى فِى قَوْمِى وَأَصْلِحْ وَلَا تَتَّبِعْ سَبِيلَ ٱلْمُفْسِدِينَ

“และเราได้สัญญาแก่มูซาสามสิบคืนแลเราได้ให้มันครบอีกสิบ ดังนั้นกำหนดเวลาแห่งพระเจ้าของเราจึงครบสี่สิบคืน และมูซาได้กล่าวแก่ฮารูนพี่ชายของเขาว่า จงทำหน้าที่แทนฉันในหมู่ชนของฉัน และจงปรับปรุงแก้ไข และจงอย่าปฏิบัติตามทางของผู้ก่อความเสียหาย ”

และอัลลอฮฺได้กำหนดสัญญาแก่มูซาในการวิงวอนต่อพระองค์เป็นเวลาสามสิบคืน และพระองค์ได้ทรงเพิ่่มอีกสิบคืน จนกลายเป็นสี่สิบคืนเต็ม มูซาได้กล่าวแก่ฮารูนพี่ชายของเขาก่อนที่เขาจะเดินทางไป เพื่อวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของว่า "โอ้ฮารูน จงทำหน้าที่แทนฉันในหมู่ชนของฉัน และจงแก้ไขปัญหาของพวกเขา ด้วยวิธีการที่ดีและสุภาพอ่อนโยน และจงอย่าตามเส้นทางของผู้ก่อความเสียหายด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นบาปต่างๆและจงอย่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่บรรดาผู้กระทำบาปทั้งหลาย"

Al-A'raaf 7:142Listen in Qur'an →
143

وَلَمَّا جَآءَ مُوسَىٰ لِمِيقَٰتِنَا وَكَلَّمَهُۥ رَبُّهُۥ قَالَ رَبِّ أَرِنِىٓ أَنظُرْ إِلَيْكَ ۚ قَالَ لَن تَرَىٰنِى وَلَٰكِنِ ٱنظُرْ إِلَى ٱلْجَبَلِ فَإِنِ ٱسْتَقَرَّ مَكَانَهُۥ فَسَوْفَ تَرَىٰنِى ۚ فَلَمَّا تَجَلَّىٰ رَبُّهُۥ لِلْجَبَلِ جَعَلَهُۥ دَكًّۭا وَخَرَّ مُوسَىٰ صَعِقًۭا ۚ فَلَمَّآ أَفَاقَ قَالَ سُبْحَٰنَكَ تُبْتُ إِلَيْكَ وَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلْمُؤْمِنِينَ

“และเมื่อมูซาได้มาตามกำหนดเวลาของเรา และพระเจ้าของเขาได้ตรัสแก่เขา เขา ได้กล่าวขึ้นว่า โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์เห็นด้วยเถิด โดยที่ข้าพระองค์จะได้มองดูพระองค์ พระองค์ตรัสว่า เจ้าจะเห็นข้าไม่ได้เป็นอันขาด แต่ทว่าเจ้าจงมองดูภูเขา นั้นเถิด ถ้าหากมันมั่นอยู่ ณ ที่ของมัน เจ้าก็จะเห็นข้า ครั้นเมื่อพระเจ้าของเขาได้ประจักษ์ที่ภูเขานั้น ก็ทำให้มันทลายตัวลงอย่างราบเรียบ และมูซาก็ล้มลงในสภาพหมดสติ ครั้นเมื่อเขาฟื้นขึ้น เขาก็กล่าวว่ามหาบริสุทธิ์พระองค์ท่าน ข้าพระองค์ขอลุแก่โทษต่อพระองค์ และข้าพระองค์นั้นคือคนแรกในหมู่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย”

และครั้นที่มูซาได้มาหาพระผู้อภิบาลของเขาเพื่อวิงวอนพระองค์ตามเวลาที่กำหนดไว้ คือสี่สิบคืนเต็ม และพระผู้อภิบาลของเขาได้ตรัสแก่เขาในเรื่องที่เกี่ยวกับคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามต่างๆ และอื่นๆ มูซารู้สึกต้องการที่จะเห็นพระผู้อภิบาลของเขา ดังนั้นเขาจึงขอต่อพระองค์เพื่อให้ได้เห็นพระองค์ พระองค์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบว่า"เจ้าไม่สามารถที่จะเห็นข้าบนโลกนี้เป็นอันขาด เพราะเจ้าไม่มีความสามารถพอในเรื่องนี้ แต่ว่าเจ้าจงมองไปยังภูเขาลูกนั้น ถ้าหากมันมั่นอยู่ ณ ที่ของมัน เจ้าก็จะเห็นข้า แต่ถ้ามันทลายตัวลงพื้นดินอย่างราบเรียบ เจ้าจะไม่ได้เห็นข้าในโลกนี้" ครั้นเมื่อพระผู้อภิบาลของเขาได้ประจักษ์ที่ภูเขาลูกนั้น ภูเขาลูกนั้นก็ทลายตัวลงอย่างราบเรียบ ทันใดนั้นมูซาก็ล้มลงในสภาพที่หมดสติ และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาก็กล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่ไม่คู่ควรทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอลุแก่โทษต่อพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ขอให้เห็นพระองค์ในโลกนี้ และข้าพระองค์คือผู้ศรัทธาคนแรกในหมู่ชนของข้าพระองค์"

Al-A'raaf 7:143Listen in Qur'an →
144

قَالَ يَٰمُوسَىٰٓ إِنِّى ٱصْطَفَيْتُكَ عَلَى ٱلنَّاسِ بِرِسَٰلَٰتِى وَبِكَلَٰمِى فَخُذْ مَآ ءَاتَيْتُكَ وَكُن مِّنَ ٱلشَّٰكِرِينَ

“พระองค์ตรัสว่า โอ้มูซา! แท้จริงข้าได้เลือกเจ้าให้เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย เนื่องด้วยบรรดาสารของข้า และด้วยถ้อยคำของเขา ดังนั้นจงยึดถือสิ่งที่ข้าได้ให้แก่เจ้า และจงอยู่ในหมู่ผู้ขอบคุณ”

อัลลอฮ์ได้ตรัสแก่มูซาว่า "โอ้มูซา แท้จริงข้าได้เลือกเจ้าและเทิดทูนเจ้าให้เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการให้เจ้าได้เผยแพร่สาส์นของข้าไปยังพวกเขา และข้าได้เทิดทูนเจ้าด้วยการสนทนากับเจ้าโดยตรงโดยไม่มีสื่อกลาง ดังนั้นเจ้าจงยึดสิ่งที่ข้าได้ให้แก่เจ้าที่มีเกียรตินี้ และจงอยู่ในหมู่ผู้ที่ขอบคุณสำหรับการให้อันยิ่่งใหญ่นี้"

Al-A'raaf 7:144Listen in Qur'an →
145

وَكَتَبْنَا لَهُۥ فِى ٱلْأَلْوَاحِ مِن كُلِّ شَىْءٍۢ مَّوْعِظَةًۭ وَتَفْصِيلًۭا لِّكُلِّ شَىْءٍۢ فَخُذْهَا بِقُوَّةٍۢ وَأْمُرْ قَوْمَكَ يَأْخُذُوا۟ بِأَحْسَنِهَا ۚ سَأُو۟رِيكُمْ دَارَ ٱلْفَٰسِقِينَ

“และเราได้บันทึกคำตักเตือนจากทุกสิ่ง และการแจกแจงในทุกอย่าง ไว้ให้แก่เขาในบรรดาแผ่นจารึก ดังนั้นเจ้า จงยึดถือมันไว้ด้วยความเข้มแข็ง และจงใช้พวกพ้องของเจ้าเถิด พวกเขาก็จะยึดถือสิ่งที่ดีที่สุดของมัน ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นที่อยู่ของผู้ละเมิด ทั้งหลาย”

และเราได้บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้แก่มูซาในแผ่นจารึกซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับวงศ์วานอิสรออีล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาหรือเรื่องการใช้ชีวิตบนโลกนี้ เพื่อเป็นข้อตักเตือนสำหรับบางคนในหมู่พวกเขาที่ต้องการ และเพื่อเป็นการแจกแจงในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ที่ต้องอธิบายเพิ่มเติม ดังนั้นมูซาเอ๋ย เจ้าจงยึดถือคัมภีร์อัตเตารอฮฺนี้อย่างจริงจังและแนวแน่ และจงสั่งใช้ประชาชาติของเจ้าวงศ์วานอิสรออีลให้ยึดถือสิ่งที่ดีที่สุดของมันที่ผลบุญของมันนั้นใหญ่ยิ่ง ดังเช่นการปฏิบัติสิ่งที่ถูกสั่งใช้ในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด การอดทน และการให้อภัย เป็นต้น ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นการลงโทษสำหรับผู้ที่ละเมิดคำสั่งใช้ของข้า ไม่เชื่อฟังข้า และจะให้พวกเจ้าได้เห็นความหายนะที่เขาจะต้องเผชิญกับมัน

Al-A'raaf 7:145Listen in Qur'an →
146

سَأَصْرِفُ عَنْ ءَايَٰتِىَ ٱلَّذِينَ يَتَكَبَّرُونَ فِى ٱلْأَرْضِ بِغَيْرِ ٱلْحَقِّ وَإِن يَرَوْا۟ كُلَّ ءَايَةٍۢ لَّا يُؤْمِنُوا۟ بِهَا وَإِن يَرَوْا۟ سَبِيلَ ٱلرُّشْدِ لَا يَتَّخِذُوهُ سَبِيلًۭا وَإِن يَرَوْا۟ سَبِيلَ ٱلْغَىِّ يَتَّخِذُوهُ سَبِيلًۭا ۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَٰتِنَا وَكَانُوا۟ عَنْهَا غَٰفِلِينَ

“ข้าจะหันเห ออกจากบรรดาโองการของข้า ซึ่งบรรดาผู้ที่ยะโสในแผ่นดินโดยไม่บังควร และแม้ว่าพวกเขาจะได้เห็นสัญญาณทุกอย่างพวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อสัญญาณนั้น และหากพวกเขาเห็นทางแห่งความถูกต้อง พวกเขาก็จะไม่ถือมันเป็นทาง และหากพวกเขาเห็นทางแห่งความผิด พวกเขาก็ยึดถือมันเป็นทาง นั่นก็เพราะว่าพวกเขาปฏิเสธบรรดาโองการของเราและพวกเขาจึงได้เป็นผู้ละเลยโองการเหล่านั้น”

ข้าจะทำให้บรรดาผู้ที่ประพฤติตัวหยิ่งยโสโอหังเหนือบ่าวของอัลลอฮ์และไม่ยอมรับสัจธรรมอย่างไม่ชอบธรรมออกห่างจากการได้รับบทเรียนจากสัญญาณต่างๆ ของข้า เช่นสัญญาณต่างๆในจักรวาลอันไกลโพ้นและในตัวของพวกเขาเอง และข้าจะทำให้พวกเขายากที่จะเข้าใจบรรดาโองการที่อยู่ในคัมภีร์ของข้า และหากพวกเขาได้เห็นสัญญานของข้าทั้งหมดทั้งมวล พวกเขาก็ไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น เนื่องด้วยการคัดค้านของพวกเขาและการหันหลังไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น และพวกเขาจงใจต่อต้านอัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์ และหากพวกเขาได้เห็นแนวทางที่ถูกต้องที่จะนำพาพวกเขาไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ พวกเขาจะไม่พึงพอใจและไม่ปฏิบัติตาม แต่ทว่า เมื่อไรที่พวกเขาได้เห็นหนทางที่หลงผิดที่จะนำไปสู่ความโกรธกริ้วอัลลอฮฺ พวกเขาจะปฏิบัติตามเส้นทางนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในสถานะดังกล่าวนั้น เกิดจากการปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อสัญญานต่างๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นสัญญานที่บ่งบอกถึงสัจธรรมของสิ่งที่รอสูลได้นำมา และอีกสาเหตุหนึ่งคือ พวกเขาละเลยที่จะทบทวนพิจารณาสัญญาเหล่านั้น

Al-A'raaf 7:146Listen in Qur'an →
147

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَٰتِنَا وَلِقَآءِ ٱلْءَاخِرَةِ حَبِطَتْ أَعْمَٰلُهُمْ ۚ هَلْ يُجْزَوْنَ إِلَّا مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ

“และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา และการพบกับปรโลกนั้น บรรดาการงานของพวกเขาย่อมไร้ผล พวกเขาจะไม่ถูกตอบแทนนอกจากสิ่งที่พวกเขากระทำเท่านั้น”

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา และปฏิเสธการพบอัลลอฮฺในวันปรโลกนั้น บรรดาการงานของพวกเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ย่อมไร้ผล พวกเขาจะไม่ได้ผลบูญใดๆ จากการงานดังกล่าว เพราะพวกเขาขาดเงื่อนไขหนึ่ง คือ การศรักธา และในวันปรโลกพวกเขาจะไม่ได้รับการตอบแทนนอกจากสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ในโลกดุนยาเท่านั้น เช่น การปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและการตั้งภาคีร่วมกับพระองค์ และแน่นอนที่สุดการตอบแทนนั้น คือ การที่พวกเขาต้องตกอยู่ในไฟนรกตลอดกาล

Al-A'raaf 7:147Listen in Qur'an →
148

وَٱتَّخَذَ قَوْمُ مُوسَىٰ مِنۢ بَعْدِهِۦ مِنْ حُلِيِّهِمْ عِجْلًۭا جَسَدًۭا لَّهُۥ خُوَارٌ ۚ أَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّهُۥ لَا يُكَلِّمُهُمْ وَلَا يَهْدِيهِمْ سَبِيلًا ۘ ٱتَّخَذُوهُ وَكَانُوا۟ ظَٰلِمِينَ

“และพวกพ้องของมูซาได้ยึดถือลูกวัวที่เป็นรูปร่าง ซึ่งทำมาจากเครื่องประดับ ของพวกเขา หลังจากเขา ซึ่งลุกวัวนั้นมีเสียงร้อง พวกเขามิได้เห็นดอกหรือว่าแท้จริงมันพูดกับพวกเขาไม่ได้ และมันก็แนะนำทางใดทางหนึ่งให้แก่พวกเขาไม่ได้ด้วย ? พวกเขาได้ยึดถือลูกวัวนั้น และพวกเขาจึงได้กลายเป็นผู้อธรรม ”

หลังจากที่มูซาออกไปเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา พวกพ้องของเขาได้นำเครื่องประดับของพวกเขาปั้นเป็นลูกวัวที่ไร้วิญญาณและมีเสียง พวกเขาไม่รู้หรือว่า ลูกวัวรูปนั้นไม่สามารถพูกกับพวกเขาได้ และไม่สามารถชี้ทางให้พวกเขาไปสู่เส้นทางแห่งความดีได้ทั้งทางโลกและทางธรรม แถมลูกวัวรูปนั้นยังไม่สามารถให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้และไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากอันตรายได้ พวกเขาได้เอาลูกวัวตัวนั้นเป็นที่เคารพบูชา และด้วยเหตุดังกล่าวนั้นพวกเขากลายเป็นผู้ที่อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง

Al-A'raaf 7:148Listen in Qur'an →
149

وَلَمَّا سُقِطَ فِىٓ أَيْدِيهِمْ وَرَأَوْا۟ أَنَّهُمْ قَدْ ضَلُّوا۟ قَالُوا۟ لَئِن لَّمْ يَرْحَمْنَا رَبُّنَا وَيَغْفِرْ لَنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ ٱلْخَٰسِرِينَ

“และเมื่อได้ถูกตกลงในเมืองของพวกเขา และพวกเขาได้เห็นว่าพวกเขาได้หลงผิดไปแล้ว พวกเขาจึงกล่าวว่า แน่นอนถ้าหากพระเจ้าของเรามิได้เอ็นดูเมตตาแก่เรา และมิได้อภัยโทษให้แก่เราแล้ว แน่นอนพวกเราก็จะต้องอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน”

และเมื่อพวกเขารู้สึกเสียใจและกังวลต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ และรู้ว่าพวกเขาได้หันเหจากเส้นทางที่ถูกต้องด้วยการสักการะบูชาลูกวัวร่วมกับอัลลอฮฺ พวกเขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า "หากพระผู้อภิบาลของเรามิทรงเมตตาแก่เราด้วยการชี้นำให้เราภักดีต่อพระองค์และมิทรงให้อภัยแก่เราจากการสักการะบูชาลูกวัวนั้น แน่นอนพวกเราจะอยู่ในหมู่ชนที่ขาดทุนทั้งโลกนี้และปรโลก"

Al-A'raaf 7:149Listen in Qur'an →
150

وَلَمَّا رَجَعَ مُوسَىٰٓ إِلَىٰ قَوْمِهِۦ غَضْبَٰنَ أَسِفًۭا قَالَ بِئْسَمَا خَلَفْتُمُونِى مِنۢ بَعْدِىٓ ۖ أَعَجِلْتُمْ أَمْرَ رَبِّكُمْ ۖ وَأَلْقَى ٱلْأَلْوَاحَ وَأَخَذَ بِرَأْسِ أَخِيهِ يَجُرُّهُۥٓ إِلَيْهِ ۚ قَالَ ٱبْنَ أُمَّ إِنَّ ٱلْقَوْمَ ٱسْتَضْعَفُونِى وَكَادُوا۟ يَقْتُلُونَنِى فَلَا تُشْمِتْ بِىَ ٱلْأَعْدَآءَ وَلَا تَجْعَلْنِى مَعَ ٱلْقَوْمِ ٱلظَّٰلِمِينَ

“และเมื่อมูซาได้กลับมายังพวกพ้องของเขาด้วยความโกรธ และเสียใจเขาได้กล่าวว่า ช่างเลวร้ายจริง ๆ ที่พวกท่านทำหน้าที่แทน ฉัน หลังจากฉัน พวกท่านด้วนกระทำก่อน คำสั่งของพระเจ้าของพวกท่าน กระนั้นหรือ?และเขาได้โยนบรรดาแผ่นจารึกลง และจับศรีษะพี่ชายของเขา โดยดึงมัน มายังเขา เขา กล่าวว่า โอ้ลูกแม่ แท้จริงพวกพ้องเหล่านั้นเห็นว่าฉันเป็นผู้อ่อนแอ และพวกเขาเกือบจะฆ่าฉันแล้ว ดังนั้นจงอย่าให้ศัตรูทั้งหลายดีใจ ต่อสิ่งที่ประสบกับฉันเลยและจงอย่าให้ฉันร่วมอยู่ ในกลุ่มชนที่อธรรมเหล่านั้นเลย”

หลังจากมูซาได้กลับมาจากการเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา มุ่งหน้าไปยังพวกพ้องของเขาด้วยความโกรธและเสียใจ ต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำจากการสักการะบูชาลูกวัว เขาได้กล่าวว่า "โอ้พวกพ้องของฉัน การกระทำของพวกเจ้าช่วงที่ฉันไม่อยู่นั้นมันช่างชั่วช้าเหลือเกิน เพราะการกระทำดังกล่าวจะนำมาซึ่งความหายนะและความทุกข์ยากแก่พวกเจ้า พวกเจ้ารู้สึกเบื่อหน่ายที่จะรอฉันกลับมากระนั้นหรือ เลยทำให้พวกเจ้าต้องสักการะบูชาลูกวัวตัวนั้น?!" แล้วเขาก็ได้โยนแผ่นจารึกลง อันเนื่องจากความโกรธและเสียใจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้น และเขาได้จับหัวและเคราของฮารูนพี่ชายเขาและดึงเขาเข้าใกล้ เพราะพี่ชายของเขาอยู่พร้อมกับพวกเขาและไม่สั่งห้ามพวกเขาในการสักการะบูชาลูกวัว แล้วฮารูนได้กล่าวขอโทษและได้ขอร้องต่อมูซา "โอ้ลูกของแม่ของฉันเอ๋ย คนพวกนี้มองฉันเป็นคนที่อ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาไม่ให้ค่าใดๆแก่ฉันเลย และพวกเขาเกือบที่จะฆ่าฉันด้วยซ้ำ ดังนั้นเจ้าจงอย่าลงโทษฉันด้วยการลงโทษที่จะทำให้ศัตรูของฉันดีใจ และเจ้าจงอย่ารวมฉันอยู่ในกลุ่มผู้อธรรมที่สักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ อันเนื่องด้วยความโกรธของเจ้าที่มีต่อฉัน"

Al-A'raaf 7:150Listen in Qur'an →

Commentary: Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies. Qur'an text and translation via AlQuran Cloud.