Muslim99Muslim99
← Tafsir library

3. Aal-i-Imraan

The Family of Imraan · Medinan · 200 ayahs

سُورَةُ آلِ عِمۡرَانَ

Reading Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies

Ayahs 61–70 of 200

61

فَمَنْ حَآجَّكَ فِيهِ مِنۢ بَعْدِ مَا جَآءَكَ مِنَ ٱلْعِلْمِ فَقُلْ تَعَالَوْا۟ نَدْعُ أَبْنَآءَنَا وَأَبْنَآءَكُمْ وَنِسَآءَنَا وَنِسَآءَكُمْ وَأَنفُسَنَا وَأَنفُسَكُمْ ثُمَّ نَبْتَهِلْ فَنَجْعَل لَّعْنَتَ ٱللَّهِ عَلَى ٱلْكَٰذِبِينَ

ดังนั้นผู้ใดที่โต้เถียงเจ้าในเรื่องของเขา (อีซา) หลังจากที่ได้มีความรู้มายังเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวเถิดว่า ท่านทั้งหลายจงมาเถิด เราก็จะเรียกลูก ๆ ของเรา และลูกของพวกท่านและเรียกบรรดาผู้หญิงของเรา และบรรดาผุ้หญิงของพวกท่านและตัวของพวกเรา และตัวของพวกท่านและเราก็จะวิงวอนกัน (ต่ออัลลอฮ์) ด้วยความนอบน้อม โดยที่เราจะขอให้ละฮ์นัด ของอัลลอฮ์พึงประสบ แก่บรรพาผุ้ที่พูดโกหก

ดังนั้นผู้ใดที่โต้เถียงเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- จากชาวคริสต์ นัจรอน ในเรื่องของอีซา โดยที่พวกเขาอ้างว่า เขาไม่ได้เป็นบ่าวอัลลอฮ์ หลังจากความรู้ที่ถูกต้องได้มายังพวกเขาแล้วในเรื่องนี้ ดังนั้น ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด "ท่านทั้งหลายจงมาเถิด เราเรียกลูกๆ ของเรา และลูกๆของพวกท่าน และเรียกบรรดาผู้หญิงของเรา และบรรดาผู้หญิงของพวกท่าน และตัวของพวกเรา และตัวของพวกท่าน แล้วเรารวมตัวกันทั้งหมด จากนั้นเรามานอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยการวิงวอนต่อพระองค์ ให้พระองค์ได้พระทานลงมาซึ่งการ ละนัตของพระองค์ (การสาปแช่ง) ได้ประสบ แก่บรรดาผู้ที่โกหกจากพวกเราและพวกเจ้า"

Aal-i-Imraan 3:61Listen in Qur'an →
62

إِنَّ هَٰذَا لَهُوَ ٱلْقَصَصُ ٱلْحَقُّ ۚ وَمَا مِنْ إِلَٰهٍ إِلَّا ٱللَّهُ ۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ

แท้จริงเรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง และไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ นอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และแท้จริงอัลลอฮ์ คือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ

แท้จริงสิ่งที่เราได้กล่าวมาให้แก่เจ้าถึงเรื่องราวของ อีซา อลัยฮิสสลาม นั้น มันเป็นความจริงที่ไม่มีโกหกและไม่มีสงสัย และไม่มีสิ่งใดที่ควรเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และแท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงเดชานุภาพในการครอบครองของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการ ในคำสั่ง และการสร้างของพระองค์

Aal-i-Imraan 3:62Listen in Qur'an →
63

فَإِن تَوَلَّوْا۟ فَإِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمٌۢ بِٱلْمُفْسِدِينَ

แล้วหากพวกเขาผินหลังให้ แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผุ้ทรงรู้ดี ต่อผู้บ่อนทำลายทั้งหลาย

หากพวกเขาหันหนีจากศาสนาที่เจ้านำมาและไม่ปฏิบัติตามเจ้า นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความหายนะของพวกเขา อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงบรรดาผู้ก่อความเสียหายในแผ่นดิน และจะตอบแทนพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขากระทำ

Aal-i-Imraan 3:63Listen in Qur'an →
64

قُلْ يَٰٓأَهْلَ ٱلْكِتَٰبِ تَعَالَوْا۟ إِلَىٰ كَلِمَةٍۢ سَوَآءٍۭ بَيْنَنَا وَبَيْنَكُمْ أَلَّا نَعْبُدَ إِلَّا ٱللَّهَ وَلَا نُشْرِكَ بِهِۦ شَيْـًۭٔا وَلَا يَتَّخِذَ بَعْضُنَا بَعْضًا أَرْبَابًۭا مِّن دُونِ ٱللَّهِ ۚ فَإِن تَوَلَّوْا۟ فَقُولُوا۟ ٱشْهَدُوا۟ بِأَنَّا مُسْلِمُونَ

จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ ! จงมายังถ้อยคำหนึ่งซึ่งเท่าเทียมกัน ระหว่างเราและพวกท่าน คือว่าเราจะไม่เคาระสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น และเราจะไม่ให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และพวกเราบางคนก็จะไม่ยึดถืออีกบางคนเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ แล้วหากพวกเขาผินหลังให้ ก็จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงเป็นพยานด้วยว่า แท้จริงพวกเราเป็นผู้น้อมตาม

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะซูล- "โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ จากชาวยิวและชาวคริสต์ เรามารวมตัวกันบนคำสอนที่ยุติธรรมที่พวกเราต่างก็เหมือนกันเท่าเทียมในเรื่องนี้ นั่นคือ เราจะเคารพสักการะต่ออัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวและไม่เคารพสักการะพระองค์พร้อมกับสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น แม้ว่าสิ่งนั้นจะมีฐานะที่สูงศักดิ์สักเพียงใดก็ตาม และพวกเราจะไม่ยึดเอาระหว่างพวกเราซึ่งกันและกัน เป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์" และหากพวกเขาผินหลังให้กับสิ่งที่เจ้าเรียกร้องจากความถูกต้องและความยุติธรรม ดังนั้น จงกล่าวแก่พวกเขา -โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา- "พวกเจ้า (ชาวคัมภีร์) จงเป็นพยาน แท้จริงพวกเราเป็นผู้จำนนต่ออัลลอฮ์เชื่อฟังพระองค์โดยการปฏิบัติตาม"

Aal-i-Imraan 3:64Listen in Qur'an →
65

يَٰٓأَهْلَ ٱلْكِتَٰبِ لِمَ تُحَآجُّونَ فِىٓ إِبْرَٰهِيمَ وَمَآ أُنزِلَتِ ٱلتَّوْرَىٰةُ وَٱلْإِنجِيلُ إِلَّا مِنۢ بَعْدِهِۦٓ ۚ أَفَلَا تَعْقِلُونَ

โอ้บรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ ! เพราะเหตุใดเล่าพวกเจ้าจึงโต้เถียงกันในตัวของอิบรอฮีม และอัตเตารอต และอัลอินญีลนั้นมิได้ถูกประทานลงมา นอกจากหลังจากเขา แล้วพวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาดอกหรือ

โอ้บรรดาผู้ได้รับคำภีร์เพราะเหตุใดเล่า พวกเจ้าจึงโต้เถียงในเรื่องศาสนาของอิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม?บรรดาชาวยิวอ้างว่า แท้จริงอิบรอฮีมนั้นเป็นยิว และบรรดาคริสต์อ้างว่าแท้จริงเขาเป็นคริสต์ ทั้งที่พวกเจ้าก็รู้ว่าศาสนายิวและศาสนาคริสต์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเว้นแต่หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว พวกเจ้าไม่สามารถที่ใช้สติปัญญาของพวกเจ้าได้เลยหรือที่จะเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเจ้าอ้างนั้นมันไม่จริง มันผิดมันไม่ถูกต้อง?!

Aal-i-Imraan 3:65Listen in Qur'an →
66

هَٰٓأَنتُمْ هَٰٓؤُلَآءِ حَٰجَجْتُمْ فِيمَا لَكُم بِهِۦ عِلْمٌۭ فَلِمَ تُحَآجُّونَ فِيمَا لَيْسَ لَكُم بِهِۦ عِلْمٌۭ ۚ وَٱللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ

พวกเจ้านี้แหละ ได้โต้เถียงกันในสิ่งที่พวกเจ้ามีความรู้ในสิ่งนั้นแล้ว แล้วก็เหตุไฉนเล่าพวกเจ้าจึงโต้เถียงกันในสิ่งที่พวกเจ้าไม่มีความรู้ และอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้

โอ้ พวกเจ้าทั้งหลาย -โอ้ชาวผู้ได้รับคำภีร์- พวกเจ้าได้โต้เถียงต่อท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ในสิ่งที่พวกเจ้ามีความรู้ในเรื่องศาสนาของพวกเจ้าและในสิ่งที่ประทานลงมายังพวกเจ้า แล้วเหตุไฉนเล่า พวกเจ้าจึงโต้เถียงกันในสิ่งที่พวกเจ้าไม่มีความรู้ ที่เกี่ยวกับอิบรอฮีมและศาสนาของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในคำภีร์ของพวกเจ้า และเป็นสิ่งที่บรรดานบีของพวกเจ้าก็ไม่ได้นำมา? และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงความจริงของแต่ละสิ่งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย แต่พวกเจ้านั้นไม่รู้

Aal-i-Imraan 3:66Listen in Qur'an →
67

مَا كَانَ إِبْرَٰهِيمُ يَهُودِيًّۭا وَلَا نَصْرَانِيًّۭا وَلَٰكِن كَانَ حَنِيفًۭا مُّسْلِمًۭا وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ

อิบรอฮีมไม่เคยเป็นยิวและไม่เคยเป็นคริสต์ แต่ทว่าเขาเป็นผู้หันออกจากความเท็จสู่ความจริง เป็นผู้น้อมตาม และเขาก็ไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ให้มีภาคีขึ้น (แก่อัลลอฮ์)

อิบรอฮีมไม่เคยนับถือศาสนายิวและไม่เคยเป็นคริสต์ แต่ทว่าเขาเป็นผู้ที่ออกห่างจากศาสนาที่เป็นเท็จ เป็นมุสลิมที่จำนนต่ออัลลอฮ์ เป็นผู้ที่ศรัทธาในเอกภาพของพระองค์ และเขาก็ไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคีต่อพระองค์ ดังที่พวกมุชริกีน(ผู้ตั้งภาคี)ชาวอาหรับอ้างไว้

Aal-i-Imraan 3:67Listen in Qur'an →
68

إِنَّ أَوْلَى ٱلنَّاسِ بِإِبْرَٰهِيمَ لَلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُ وَهَٰذَا ٱلنَّبِىُّ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ ۗ وَٱللَّهُ وَلِىُّ ٱلْمُؤْمِنِينَ

แท้จริงผู้คนที่สมควรยิ่งต่ออิบรอฮีมนั้น ย่อมได้แก่บรรดาผู้ปฏิบัติตามเขา และปฏิบัติตามนะบีนี้ และบรรดาผู้ที่ศรัทธาด้วย และอัลลอฮ์นั้นทรงคุ้มครองผู้ศรัทธาทั้งหลาย

แท้จริงแล้ว คนที่มีสิทธิมากที่สุดที่จะถือว่าตนเองเป็นคนที่ไกล้ชิดกับอิบราฮิมนั้น คือผู้ที่ปฏิบัติตามศาสนาที่เขานำมาในสมัยของเขา และบรรดาผู้มีสิทธิมากที่สุดที่จะทำเช่นนั้นคือนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อท่านในหมู่ประชาชาตินี้ และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ช่วยเหลือและผู้คุ้มครองบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์

Aal-i-Imraan 3:68Listen in Qur'an →
69

وَدَّت طَّآئِفَةٌۭ مِّنْ أَهْلِ ٱلْكِتَٰبِ لَوْ يُضِلُّونَكُمْ وَمَا يُضِلُّونَ إِلَّآ أَنفُسَهُمْ وَمَا يَشْعُرُونَ

กลุ่มหนึ่งจากผู้ได้รับคัมภีร์นั้นชอบหากพวกเขาจะทำให้พวกเจ้าหลงผิด และพวกเขาจะไม่ทำให้ใครหลงผิด นอกจากตัวของพวกเขาเองแต่พวกเขาไม่รู้

โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย บรรดาผู้รู้ของชาวยิวและชาวคริสต์มีความปรารถนาที่จะให้พวกเจ้าหลงจากความจริงที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้ทางนำแก่พวกเจ้า และพวกเขาจะไม่ทำให้ใครหลง นอกจากตัวของพวกเขาเอง เนื่องจากการพยายามของพวกเขาในการทำให้ผู้ศรัทธาหลงนั้นจะเพิ่มความหลงแก่พวกเขา แต่พวกเขาไม่รู้ถึงผลลัพธ์จากการกระทำของพวกเขา

Aal-i-Imraan 3:69Listen in Qur'an →
70

يَٰٓأَهْلَ ٱلْكِتَٰبِ لِمَ تَكْفُرُونَ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ وَأَنتُمْ تَشْهَدُونَ

โอ้ผู้ที่ได้รับคัมภีร์ทั้งหลาย ! เพราะเหตุใดพวกเจ้าจึงปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอฮ์ ทั้ง ๆ ที่พวกเจ้าก็เป็นพยานยืนยันอยู่

โอ้ผู้ที่ได้รับคัมภีร์ทั้งหลายจากชาวยิวและชาวคริสต์ เพราะเหตุใดพวกเจ้าจึงปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอฮ์ที่ประทานลงมายังพวกเจ้า และในนั้นมีสิ่งที่บ่งชี้ถึงการเป็นนบีของมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ทั้งๆที่พวกเจ้าเองเป็นพยานที่ยืนยันว่า มันคือความจริงซึ่งคำภีร์ของพวกเจ้าได้บ่งบอกไว้?!

Aal-i-Imraan 3:70Listen in Qur'an →

Commentary: Al-Mukhtasar in Interpreting the Noble Qur'an by Tafsir Center for Quranic Studies. Qur'an text and translation via AlQuran Cloud.